ฟุตบอลโลก 2026 ถูกจับตามองตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่งขัน เพราะนี่คือครั้งแรกที่มีเจ้าภาพร่วมถึง 3 ประเทศ ได้แก่ United States Canada และ Mexico โดยการรวมตัวครั้งนี้ทำให้คำว่า เจ้าภาพบอลโลก 2026 กลายเป็นประเด็นที่แฟนฟุตบอลทั่วโลกพูดถึงอย่างต่อเนื่อง ทั้งเรื่องการเดินทาง สนามแข่งขัน และบรรยากาศในแต่ละเมืองเจ้าภาพ
อีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญคือ ฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเพิ่มจำนวนทีมจาก 32 ทีม เป็น 48 ทีม ส่งผลให้หลายชาติที่ไม่ค่อยมีโอกาสผ่านเข้ารอบ เริ่มมีความหวังมากขึ้น โดยเฉพาะทีมจากเอเชีย แอฟริกา และโซนอเมริกาเหนือ ทำให้กระแสความสนใจเพิ่มขึ้นตั้งแต่รอบคัดเลือก
ฝั่งเจ้าภาพเองก็เตรียมลงทุนมหาศาล ทั้งระบบขนส่ง สนามแข่งขัน เทคโนโลยีถ่ายทอดสด และกิจกรรมแฟนโซนในหลายเมืองใหญ่ ไม่ว่าจะเป็น นิวยอร์ก ลอสแอนเจลิส โทรอนโต หรือเม็กซิโกซิตี้ ซึ่งหลายฝ่ายมองว่า เจ้าภาพบอลโลก 2026 ครั้งนี้ อาจกลายเป็นทัวร์นาเมนต์ที่สร้างรายได้สูงสุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลโลกเลยก็ได้
เม็กซิโกสร้างสถิติใหม่ เจ้าภาพบอลโลกมากที่สุดในโลก
หนึ่งในเรื่องที่ถูกพูดถึงมากคือ Mexico จะกลายเป็นชาติแรกในประวัติศาสตร์ที่ได้จัดฟุตบอลโลกชายรอบสุดท้ายถึง 3 ครั้ง หลังเคยเป็นเจ้าภาพมาแล้วในปี 1970 และ 1986 ทำให้แฟนบอลจำนวนมากมองว่านี่คือประเทศที่มีความผูกพันกับฟุตบอลโลกอย่างแท้จริง
สนามระดับตำนานอย่าง Estadio Azteca ก็เตรียมกลับมาใช้งานอีกครั้ง โดยสนามแห่งนี้เคยเป็นเวทีนัดชิงฟุตบอลโลกมาแล้ว และยังเป็นสถานที่ที่แฟนบอลรุ่นเก่าจดจำได้จากยุคของ Diego Maradona กับช่วงเวลาระดับตำนานในฟุตบอลโลก 1986
หลายฝ่ายเชื่อว่า เม็กซิโกจะยังคงเป็นหนึ่งในเมืองเจ้าภาพที่สร้างบรรยากาศดีที่สุดของการแข่งขัน และยังเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้ภาพรวมของ เจ้าภาพบอลโลก 2026 ดูมีสีสันมากกว่าทัวร์นาเมนต์ครั้งก่อน ๆ
สหรัฐอเมริกาถูกคาดหวังสูง กับบทบาทศูนย์กลางฟุตบอลโลก 2026
แม้ฟุตบอลจะไม่ใช่กีฬาหลักอันดับหนึ่งของ United States แต่กระแสความนิยมในช่วงหลายปีหลังเติบโตขึ้นชัดเจน โดยเฉพาะหลังลีก MLS เริ่มดึงนักเตะชื่อดังเข้าสู่ลีก และกระแสฟุตบอลในกลุ่มคนรุ่นใหม่เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง
ฟุตบอลโลก 2026 จึงถูกมองว่าเป็นโอกาสสำคัญที่สหรัฐฯ จะใช้แสดงศักยภาพทั้งด้านกีฬาและการจัดอีเวนต์ระดับโลก เพราะหลายสนามแข่งขันที่ใช้ในทัวร์นาเมนต์ครั้งนี้ เป็นสนามขนาดใหญ่ระดับ NFL ที่รองรับแฟนบอลได้หลายหมื่นคน
อีกเรื่องที่น่าสนใจคือ FIFA วางให้สหรัฐฯ เป็นศูนย์กลางหลักของการแข่งขัน ทั้งรอบสำคัญหลายแมตช์ รวมถึงนัดชิงชนะเลิศที่มีแนวโน้มจัดในเมืองใหญ่ฝั่งอเมริกา ทำให้หลายฝ่ายคาดว่า เจ้าภาพบอลโลก 2026 จะช่วยขยายฐานแฟนฟุตบอลในอเมริกาได้มากกว่าที่ผ่านมา และอาจส่งผลต่อวงการฟุตบอลโลกในระยะยาวด้วย